EP 42.สรุปสถานการณ์ โควิด-19 ประจำวันที่ 8 เมษายน (ภาคบ่าย)

Last updated: 2020-04-15  |  234 จำนวนผู้เข้าชม  | 

EP 42.สรุปสถานการณ์ โควิด-19 ประจำวันที่ 8 เมษายน (ภาคบ่าย)

EP 42.สรุปสถานการณ์ โควิด-19 ประจำวันที่ 8 เมษายน (ภาคบ่าย)
โดย ทีมแพทย์มูลนิธิศิษย์นายร้อยฯ

  สถานการณ์ในประเทศ : มีการติดต่อใหม่ 111 ราย ตายเพิ่ม 3 ราย รวมทั่วประเทศมี ผู้ป่วยโรคโควิด-19 สะสมเป็นจำนวน 2,369 ราย ตายไปแล้ว 30 ราย จากจำนวนผู้ป่วยใหม่ 111 ราย เนื่องจากมีการติดต่อมาจากต่างประเทศ จากคนไทย หรือชาวต่างชาติ จึงได้แยกไว้ต่างหาก และทำการกักตัว ในสถานที่รัฐบาลจัดหาไว้อีก 14 วัน เรียกว่า State quarantine

   ส่วนที่มีการแพร่กระจายแบบเดิม ที่แบ่งออกเป็นติดจากสัมผัสคนเดิมที่มีตัวเลขอยู่แล้ว และพวกที่ได้รับเชื้อมาใหม่ซึ่งเกิดจากอาชีพเสี่ยงหรือสถานที่แออัดหรือที่มีคนอยู่ร่วมกันเป็นจำนวนมาก ก็แยกมาเป็นอีกส่วนหนึ่งซึ่งรวมถึงพวกที่กำลังสอบสวนโรคด้วย พบว่ากลุ่มที่มีการแพร่กระจายหลัก ได้แก่

  • พวกสัมผัสกับผู้ป่วยเดิม
  • พวกที่เดินทางมาจากต่างประเทศ
  • ที่เหลือจะเป็นพวกที่จำนวนไม่มาก

ในจำนวนผู้ป่วยใหม่ 111 ราย พบว่า

  • พวกที่ติดต่อจากสัมผัสผู้ป่วยเก่า มีจำนวน 37 ราย (กทม.18 นนทบุรี 7 ยะลา 6)
  • พวกที่เดินทางมาจากต่างประเทศ และเข้า State quarantine มีจำนวน 42 ราย
  • พวกที่อยู่ระหว่างสอบสวนโรค 21 ราย
  • และพวกอื่นๆอย่างละเล็ก อย่างละน้อย 11 ราย

   พบว่าการควบคุมโรค รวมทั้งมาตรการปิดสถานที่ต่างๆ สามารถทำได้ดีโดยสามารถขจัด super spreader ได้ เช่น สนามมวย และสถานบันเทิง ที่ชุมนุมต่าง ไม่มีรายงานผู้ป่วยแล้ว

   จว.ภูเก็ต พบว่ามีผู้ป่วยเป็นจำนวนมาก มากกว่าจังหวัดท่องเที่ยวอื่นๆ จากตัวเลขการแพร่กระจาย พบว่ามาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ และนำมาติดคนที่มีอาชีพที่ต้องสัมผัสนักท่องเที่ยวเหล่านี้ ทางจังหวัดจึงปิดสถานที่ท่องเที่ยว และชายหาดบางแห่ง รวมทั้งปิดเมือง ไม่ให้คนเข้า คนออก จึงควบคุมการแพร่กระจายได้

   กระทรวงสาธาณสุขได้ร่วมมือกับจังหวัด โดยการตรวจหาเชื้อผู้ที่สัมผัสใกล้กับผู้ที่เป็นอยู่ก่อนแล้ว แม้ไม่มีอาการ หรือมีอาการไม่มาก ก็พบมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น เป็นการปฎิบัติการเชิงรุก ที่จะทราบผู้ที่เป็นโรคอย่างรวดเร็วและนำมากักตัวได้ การแก้ไขการแพร่กระจายจึงเป็นการแก้ไขตามสาเหตุ และสามารถควมคุมได้ มาตรการต่างๆ จึงได้ใช้และนำมาปฎิบัติทำให้การแพร่กระจายลดลงเรื่อยๆ

   ทางกระทรวงสาธารณสุขได้สำรวจประชาชน พบว่า การรักษาวินัย เว้นระยะห่าง 2 เมตร ประชาชนได้ปฎิบัติได้ดีขึ้น แต่เดิมมีการปฎิบัติเพียง 60% ปัจจุบันพบว่ามีการปฎิบัติมากกว่า 80% เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด เพราะถ้าไม่ได้เกิน 80% จะไม่มีผลในการบรรเทาการติดต่อของโรคนี้

การล้างมือ และสวมหน้ากาก มีคนปฎิบัติเกิน 90%

การปกปิดข้อมูลที่ไม่ยอมบอกว่าตนเองเป็นโรคนี้หรือสัมผัสกับ ผป.โรคนี้ ก็พบน้อยกว่า 90%

รัฐบาลได้เพิ่มมาตรการต่างๆ โดย

  • กู้เงิน 1.9 ล้าน ล้าน บาทเพื่อเยียวยาผู้ที่มีผลกระทบ
  • เลื่อนการเปิดเทอมเป็น ก.ค.
  • ฟรีค่าไฟฟ้า 3 เดือน
  • จัดหาหน้ากากอนามัยให้ประชาชนและกลุ่มผู้มีความเสี่ยง

     

Powered by MakeWebEasy.com