EP 26.สรุปสถานการณ์ โควิด-19 ประจำวันที่ 31 มีนาคม 2563 (บ่าย)

Last updated: 2020-04-15  |  98 จำนวนผู้เข้าชม  | 

EP 26.สรุปสถานการณ์ โควิด-19 ประจำวันที่ 31 มีนาคม 2563 (บ่าย)

EP 26.สรุปสถานการณ์ โควิด-19 ประจำวันที่ 31 มีนาคม 2563 (บ่าย)
โดย ทีมแพทย์มูลนิธิศิษย์นายร้อยฯ

  การระบาดของไวรัส โควิด-19 ใน 1 วันที่ผ่านมานี้ พบว่ามีผู้ป่วยใหม่เพิ่มขึ้น 127 ราย ทำให้มีจำนวนผู้ป่วยทั้งหมด 1,651 ราย และมีผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 1 ราย รวมเป็นผู้เสียชีวิตจาก โควิด-19 10 ราย พบมีรายงานผู้ป่วยทั่วประเทศ แทบทุกจังหวัด มีจังหวัดที่ไม่มีผู้ป่วยเลยเป็นจำนวน 19 จังหวัด ซึ่งประกอบด้วยจังหวัดที่ไม่เคยมีผู้ป่วย และจังหวัดที่มีผู้ป่วยหายแล้ว 4-5 จังหวัด นับเป็นข่าวดีครับ

   ในผู้ป่วย 1,651 รายนี้ พบใน กทม.และนนทบุรี 869 ราย ภาคใต้ 206 ราย ภาคกลาง 172 ราย ภาคเหนือ 55 ราย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 77 ราย แหล่งที่เป็นศูนย์กลางการติดต่อได้แก่ กทม.และ ภาคใต้  คนที่ติดมากที่สุดได้แก่อายุประมาณ 39 ปี อยู่ในช่วง 30-50 ปี ส่วนอายุเกิน 60 จะมีน้อย แสดงว่าการที่ติดต่อในอายุนี้น่าจะมาจากมีการเคลื่อนที่ เดินทางไปพบคนอื่นๆ

   ในผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น 127 รายนั้น พบแหล่งที่ติดต่อทีมากที่สุดได้แก่สัมผัสจากผู้ป่วยที่มีรายงานมาแล้ว 47 ราย กลับจากต่างประเทศ 23 ราย รอผลการสอบสวน(ยังหาที่มา) 16 ราย สถานบันเทิง 11 ราย จากสนามมวย 4 ราย ที่เหลือเป็นอย่างละเล็กน้อย คือพวกอาชีพเสี่ยงได้แก่ในที่แออัด คับแคบเช่นขับรถ หรือติดต่อกับชาวต่างประเทศ 9 ราย และพบบุคลากรทางการแพทย์ 3 ราย

   จากตัวเลขดังกล่าวพอจะบอกได้ว่า สถานการณ์ ไม่เลวร้าย เพราะถ้าประมวลเป็นกราฟ จะพบว่า ประเทศไทยและประเทศในภูมิภาค อาเชี่ยน ยกเว้น สิงคโปร์ ลาว เขมร พม่า กัมพูชา จะพบว่าอัตราหรือความเร็วในการแพร่เชื้อจะอยู่ระหว่าง ประเทศที่แพร่กระจายมากและรวดเร็ว (สหรัฐฯ และยุโรป) และประเทศที่ควบคุมได้แล้ว เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลี และ สิงคโปร์ การที่อยู่กลางๆ อาจจะระบาดอย่างรวดเร็วได้ถ้ามีตัว Super spreader (ตัวเร่งให้แพร่กระจายอย่างรวดเร็วอย่างไม่คาดคิด เช่น จากสนามมวย) ดังนั้นจึงต้องมีมาตรการที่เข้ม และ ประชาชนช่วยกัน

   ในประเทศไทย กทม.ยังคงเป็นแหล่าระบาดที่เป็นศูนย์กลางของประเทศ ในต่างจังหวัดได้มี ตำรวจ ทหาร และ อสม.ที่ช่วยดูแลถึงตัวหรือครอบครัวผู้ที่เป็นโรค ผู้ป่วยใหม่ในต่างจังหวัดก็มาจากการติดต่อเช่นเดียวกับ กทม.ดังกล่าว

   ทางกระทรวงสาธารณสุข ให้คนส่งของหรืออาหารตามบ้านมีวินัยในการป้องกันตัวอย่างรัดกุม รักษาระยะห่างให้พอเหมาะ เมื่อไปรับอาหารต้องอยู่ห่างกัน 1-2 เมตร ใส่หน้ากากอนามัย และล้างมือบ่อยๆ เพราะท่านจะต้องสัมผัสกับคนเป็นจำนวนมาก

   ด้านหน้ากากอนามัย หน้ากากทางการแพทย์ รวมถึงชุดหมีที่ใส่เมื่อดูแลผู้ป่วย รวมถึงยารักษาโรค ทางราชการได้ติดต่อจากแหล่งต่างๆเป็นจำนวนมากและให้ทาง รพ.ใช้ได้เพียงพอ ดังนั้นถ้าทุกคนช่วยกันเราจะมี แพทย์ พยาบาล เครื่องมือ และยาพอเพียง ขณะนี้เป็นที่ทราบกันว่าบาง รพ.ยังขอรับบริจาค แสดงว่ายังไม่พอเพียง

ช่วยกันทุกคนเถอะครับ

Powered by MakeWebEasy.com