EP 14.สรุปสถานการณ์ โควิด-19 ประจำวันที่ 25 มีนาคม 2563 (บ่าย)

Last updated: 2020-04-15  |  92 จำนวนผู้เข้าชม  | 

EP 14.สรุปสถานการณ์ โควิด-19 ประจำวันที่ 25 มีนาคม 2563 (บ่าย)

EP 14.สรุปสถานการณ์ โควิด-19 ประจำวันที่ 25 มีนาคม 2563 (บ่าย)
โดย ทีมแพทย์มูลนิธิศิษย์นายร้อยฯ

  สถานการณ์ในประเทศ

   จากรายงานกระทรวงสาธารณสุข มีการเพิ่มผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มเป็น 934 ราย โดยการติดเพิ่มขึ้นอีก 107 ราย จากเมื่อวานนี้ เป็นตัวเลฃที่เพิ่มจากเดิมจาก 106 ราย ยอดคนตายเท่าเดิมคือ 4 ราย  แต่มีการแพร่กระจายทั่วประเทศ

  • กทม. มีผู้ป่วยมากที่สุด 349 ราย
  • นนทบุรี 47 ราย
  • ชลบุรี 30 ราย
  • สมุทรปราการ, ปัตตานี 26 ราย
  • ภูเก็ต 21 ราย
  • ยะลา, สงขลา 15 ราย
  • อุบลราชธานี 12 ราย
  • เชียงใหม่ 9 ราย
  • ประจวบคีรีขันธ์, นครปฐม, สุราษฎร์ธานี 7 ราย
  • นราธิวาส, ปทุมธานี 6 ราย
  • บุรีรัมย์, สระแก้ว 5 ราย
  • นครราชสีมา, กระบี่, สมุทรสาคร, กาญจนบุรี 4 ราย
  • เพชรบูรณ์, ขอนแก่น, สระบุรี, อุดรธานี 3 ราย
  • นครศรีธรรมราช, ร้อยเอ็ด, สุโขทัย, ฉะเชิงเทรา 2 ราย
  • กาฬสินธุ์, สุพรรณบุรี, เชียงราย, เลย 1 ราย
  • พม่า, ลาว และกัมพูชาก็พบผู้ป่วยแล้ว

  รัฐบาลได้เอาจริงกับการต่อสู้ไวรัสนี้แล้วโดยออกพระราชกำหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อใช้บังคับตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป (26 มีนาคม 2563) พร้อมทั้งมีมาตรการเยี่ยวยาประชาชนหลายประเภท โดยอนุมัติงบประมาณจำนวนหนึ่งออกมาใช้

   การต่อสู้กับไวรัสตัวนี้ต้องไม่ประมาทดังที่พบเห็นในประเทศสหรัฐอเมริกา และจีนเป็นตัวอย่างที่ดี  สหรัฐอเมริกาไม่ดำเนินการอย่างจริงจังจนเป็นต้นเหตุให้เกิดการระบาด และเป็นศูนย์กลางการระบาดในปัจจุบันดังที่เสนอให้ทราบเมื่อเช้านี้  จีนเองในตอนต้นไม่ได้เข้มงวดทำให้มีการระบาดเป็นจำนวนมหาศาล แต่เมื่อดำเนินการอย่างจริงจัง ปัจจุบันไม่มีการแพร่เชื้อแล้วอย่างน่าอัศจรรย์ จะมีก็แต่ผู้ป่วยที่มาจากต่างประเทศ

   เราคนไทยทุกคนจึงจำเป็นต้องดำเนินการอย่างจริงจัง โดยมีหลักการให้ทุกคนหยุด และอยู่ที่บ้าน จะออกไปต่อเมื่อจำเป็น และต้องรักษาอนามัยส่วนบุคคล อย่างเคร่งครัด กินร้อน ใช้ช้อนกลางส่วนตัว ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำสบู่หรือแอลกอฮอร์ สวมหน้ากากอนามัย และรักษาระยะห่างทางสังคมที่พอเหมาะ (ประมาณ 1-2 เมตร) ทุกคนช่วยกันเพื่อชาติ กอบกู้ภาวะอันตรายให้กลับสู่ปกติโดยเร็ววัน ไม่เหนือความสามารถของคนไทย เพราะเมื่อมีภัย คนไทยช่วยกันเสมอ การมีความเอื้ออาทรก็มีความสำคัญ มีการแบ่งปันให้คนที่ได้รับผลกระทบ เช่น ช่วยแบ่งปันให้คนหาเช้ากินค่ำ สังคมไทยจึงเป็นสังคมที่น่าอยู่ เป็นบ้านของเราทุกคน

  สมเด็จพระสังฆราช ได้ทรงส่งเสริมให้วัดทุกวัดตั้งโรงทาน เพื่อช่วยเหลือคนที่เดือดร้อน ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีแก่คนไทยทุกคน

   และขอย้ำกับผู้ที่มีความเสี่ยงสูง จะต้องระมัดระวังตัวให้เคร่งครัด เพราะโรคไวรัสนี้จะทำให้มีอาการรุนแรงมากกว่าคนที่แข็งแรงกว่า และอาจเสียชีวิตได้ ผู้ที่มีความเสี่ยงนี้ ได้แก่

  • อายุมากกว่า 60 ปี
  • ภาวะอ้วน
  • มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  • โรคถุงลมโป่งพอง
  • โรคหัวใจวาย
  • โรคไตวายเรื้อรัง
  • โรคตับแข็ง
  • โรคเบาหวาน

   จากสถิติในปัจจุบันของไทย พบว่าการติดไวรัสนี้มีในคนวัยหนุ่มสาวมากกว่ากลุ่มอายุอื่นๆ พวกผู้สูงอายุจะพบน้อยกว่าแต่ผู้สูงอายุจะมีอัตราการตายมากกว่า ดังนั้นคนในวัยหนุ่มสาวจะมีอาการน้อยกว่า และจะแพร่กระจายเชื้อได้ดี

   ขอให้ทุกคนร่วมด้วยช่วยกัน ถ้าช่วยกันจริง ไม่ว่ารัฐบาลจะออกมาตรการใดมาก็ตาม ก็จะไม่ทำให้เราเดือนร้อน เพราะเราเคร่งครัดต่อการปฎิบัติตนเพื่อตัวเราและสังคมอยู่แล้ว

Powered by MakeWebEasy.com